วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 10542

Thailand is … Land of Smile





The Kingdom of Thailand.
Thailand, also called the Land of Smiles, is the most popular tourist destination in South-East Asia due to its wealth of natural beauty, culture and history, gorgeous islands and beaches and the mouth-watering food.
In the North you will find breathtaking mountain ranges with waterfalls and fast flowing rivers for trekking and rafting, ethnic tribal groups with unique customs and clothing and people famous for their courtesy and hospitality.


The North-East, or Isan, is one of the country’s most intriguing destination with many Stone Age and Bronze Age dwellings and artifacts, and several significant temples and national parks. The central plains and the east coast are dotted with national parks, seaside resorts and islands.










วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2642

About Thailand

About Thailand

Thailand is a wondrous kingdom, featuring Buddhist temples, exotic wildlife, and spectacular islands. Along with a fascinating history and a unique culture that includes delectable Thai food and massage, Thailand features a modern capital city, and friendly people who epitomize Thailand’s “land of smiles” reputation.

วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2563

Travel and Transport

Travel and Transport

Thailand travel is convenient for visitors as there are many ways to get to Thailand and even more ways to travel in Thailand, whether your destination is Bangkok, Phuket, Chiang Mai, or the most remote provinces.

วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2558

Chai Nat (ชัยนาท)




Chai Nat was first established during the Ayutthaya period and was used as a successful base of operations for confronting the Burmese army. As the Burmese were defeated every time, the area earned the name Chai Nat, “place of victory”. An area of great beauty, Chai Nat features a diversity of natural, historical, and cultural attractions, including the Chao Phraya Dam; the Chai Nat Bird Sanctuary, which protects over 100 species of bird and is the setting for the Straw Bird Fair; and the Chai Nat Muni National Museum, which displays ancient artifacts discovered in the town, including Thai and Chinese ceramics, several Buddha images, and votive tablets. Wat Phra Borommathat, the largest Buddhist temple in Chai Nat, features a pagoda that houses Buddha relics, and Wat Mahathat is an ancient temple dating back to the Dvaravati period.
Chai Nat is located on the east bank of the Chao Phraya River. The community was moved from the old site at Sankhaburi during the reign of King Rama IV. Chai Nat was an important town used several times as a base to confront the Burmese army. Every time, the Burmese were defeated, earning Chai Nat its name, which mean “place of victory”. Chai Nat features a diversity of natural, historical, and cultural attractions, including the Chao Phraya Dam, the Chai Nat Bird Sanctuary, and the Chai Nat Muni National Museum.


ชัยนาทเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่บริเวณภาคกลางตอนบน มีแม่น้ำหลายสายไหลพาดผ่าน ทำให้เมืองนี้มีความอุดมสมบูรณ์มาก อีกทั้งเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัย จึงมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ให้เห็นอยู่เป็นจำนวนมากปัจจุบันชัยนาทมีชื่อเสียงและมีสินค้าด้านหัตถกรรม การจักสาน การปั้น การทอ การทำเครื่องเบญจรงค์ ที่มีฝีมือประณีต รูปแบบทันสมัย ราคาย่อมเยา มีตลาดจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยฝีมือของชาวบ้านกลุ่มต่าง ๆ อีกด้วย
ชัยนาท แปลตามศัพท์มีความหมายว่าชัยชนะที่มีเสียงบันลือ เป็นเมืองโบราณเมืองหนึ่ง สร้างในสมัยพญาเลอไทแห่งกรุงสุโขทัย ระหว่าง พ.ศ. 1860-1879 ตั้งขึ้นหลังเมืองพันธุมวดี (สุพรรณบุรี) โดยเป็นเมืองหน้าด่านของกรุงสุโขทัย และมีฐานะเป็นเมืองหน้าด่านทางใต้ตัวเมืองเดิมอยู่บริเวณฝั่งขวาแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากคลองแพรกศรีราชา ใต้ปากลำน้ำเก่า จึงได้ชื่อว่าเมืองแพรก หรือเมืองสรรค์ เมื่อกรุงสุโขทัยเสื่อมอำนาจลง เมืองแพรกกลายเป็นเมืองหน้าด่านทางตอนเหนือของกรุงศรีอยุธยา ต่อมาได้เกิดชุมชนใหม่ไม่ไกลจากเมืองสรรค์ มีเจ้าสามพระยา (ซึ่งต่อมาคือสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 แห่งกรุงศรีอยุธยา) เป็นผู้ครองเมือง เมืองที่เกิดขึ้นใหม่นี้เป็นเมืองใหญ่ มีชื่อว่าชัยนาท ที่ได้ชื่อเช่นนี้ก็เพราะชัยนาทเป็นเมืองยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เคยใช้เป็นที่ตั้งทัพรับศึกพม่าหลายครั้ง และมีชัยทุกครั้งไปในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงย้ายตัวเมืองจากบริเวณแหลมยางมาตั้งตรงฝั่งซ้ายแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนเมืองสรรค์นั้นเสื่อมลงเรื่อยๆ เพราะผู้คนส่วนใหญ่อพยพไปอยู่ที่ชัยนาท จนในที่สุดก็กลายเป็นเพียงอำเภอหนึ่งของชัยนาทจังหวัดชัยนาทมีเนื้อที่ประมาณ 1,543,591 ไร่ หรือประมาณ 2,469.74 ตารางกิโลเมตร หรือเท่ากับร้อยละ 15.5 ของพื้นที่ภาคกลางตอนบน พื้นที่โดยรวมของจังหวัดเป็นพื้นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำน้อย ไหลผ่านพื้นที่ต่างๆ ทั่วทุกอำเภอจังหวัดชัยนาทแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองชัยนาท อำเภอหันคา อำเภอมโนรมย์ อำเภอสรรคบุรี อำเภอสรรพยา อำเภอวัดสิงห์ อำเภอหนองมะโมง และอำเภอเนินขาม










Chachoengsao (ฉะเชิงเทรา)





Chachoengsao, also known as Paet Rio, is located to the east of Bangkok in Thailand’s central region. Chachoengsao is a fertile agricultural area fed by the Bang Pakong River. Mango is the most popular fruit grown in the province, and it is the location of the sacred Phra Phutthasothon Buddha image.Derived from Khmer, the name Chachoengsao means deep canal, while the name of Paet Rio (Paet means eight and Rio means stripes) is believed to have come from the method that dried fish (which are abundant in the area) were divided by eight stripes. The history of modern Chachoengsao dates back to the Ayutthaya Period, during the reign of King Phra Borom Tri Lokkanat, when most people lived along the banks of Bang Pakong River and its canals. Prior to that, based on archaeological assumptions, Bang Pakong Riverfront, like many other river basins worldwide, was a center of ancient civilization and habitat to a pre-historic populace. Five thousand year old skeletons and ornaments have been found at Khok Phanomadee, now a village in Amphoe Phanat Nikhom, Chonburi (once a dominion under Chachoengsao's sovereignty) providing the earliest evidence of this notion. According to geographers, between 7,000 and 2,000 B.C.E. the coastline where pre-historic communities resided was much farther inland. Thus, the assumption that Bangpakong people were forefathers of the renowned Ban Chiang men is a sensible assumption. Today, Phra Phutthasothon or Luang Pho Sothon is the center of traditional beliefs and faith for the current residents of Chachoengsao.
Chachoengsao or Paet Rio is located 80 kilometers east of Bangkok. Chachoengsao is a fertile agricultural area fed by the Bang Pakong River. Mango is the most popular fruit grown in the province. Moreover, it is the location of the sacred Phra Phutthasothon Buddha image.



ฉะเชิงเทรา หรือที่หลายคนมักเรียกว่าเมืองแปดริ้ว คือจังหวัดใกล้กรุงที่ยังดกดื่นร่มรื่นด้วยสวนผลไม้ โดยเฉพาะมะม่วงพันธุ์ดี นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยการเป็นเมืองเก่าแก่ริมน้ำบางปะกง ซึ่งมีวัดหลวงพ่อโสธร หรือวัดโสธรวรารามวรวิหาร เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนแหล่งธรรมชาติในฉะเชิงเทรานั้น นับว่าอุดมด้วยสรรพชีวิตไม่น้อยหน้าใคร ผืนป่าสำคัญของที่นี่คือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยสุดท้ายของจระเข้น้ำจืดในเมืองไทย ส่วนในแม่น้ำบางปะกง ช่วงปากอ่าว ก็เป็นแหล่งชมโลมาหลายสายพันธุ์ที่ว่ายเวียนเข้ามาทุกปีในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม ด้วยเหตุนี้ ฉะเชิงเทราซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไม่ถึง 100 กิโลเมตร จึงเป็นอีกจังหวัดที่น่าเที่ยว น่าชม เพราะที่นี่ยังมีของดีซุกซ่อนอยู่มากมายชนิดที่หลายคนก็คาดไม่ถึง
ฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลาง มีพื้นที่ประมาณ 5,351 ตารางกิโลเมตร เป็นดินแดนเก่าแก่ซึ่งไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าถือกำเนิดขึ้นเมื่อไร แต่จากการสำรวจและขุดค้นตามแหล่งอารยธรรมสำคัญโดยนักโบราณคดี ทำให้รู้ว่าพื้นที่นี้เคยเป็นที่อยู่ของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ในช่วงหลายพันปีที่ผ่านมา สันนิษฐานว่า ในยุคนั้น ฉะเชิงเทราเป็นดินแดนสำคัญแห่งหนึ่งทางด้านชายฝั่งทะเลตะวันตะวันออกชื่อฉะเชิงเทราปรากฏเป็นครั้งแรกในพระราชพงศาวดารสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่รัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ มีฐานะเป็นเมืองจัตวา หรือหัวเมืองชั้นใน จนถึงรัชสมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระองค์ทรงใช้ฉะเชิงเทราเป็นที่รวบรวมไพร่พล นอกจากนี้ยังทรงใช้เป็นเมืองหน้าด่านอีกด้วยครั้นล่วงมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ฉะเชิงเทราก็เป็นเมืองที่ขึ้นอยู่ในสังกัดกรมพระกลาโหม และย้ายมาอยู่ในสังกัดกรมมหาดไทย จนกระทั่งถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองแผ่นดิน ฉะเชิงเทราจึงเปลี่ยนฐานะเป็นเมืองเมืองหนึ่งในมณฑลปราจีนบุรี ร่วมกับเมืองนครนายก พนมสารคาม พนัสนิคม ชลบุรี และบางละมุง จนถึง พ.ศ. 2459 ก็ได้ยกรับการฐานะขึ้นเป็นจังหวัดจากยุคก่อนประวัติศาสตร์ล่วงเลยมาจนถึงทุกวันนี้ ฉะเชิงเทรานับว่าเป็นดินแดนแห่งการเพาะปลูก เพราะมีดินตะกอนอันสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุ รวมทั้งอุดมด้วยแหล่งน้ำ โดยมีแม่น้ำบางปะกงเป็นดั่งเส้นเลือดใหญ่ของจังหวัด ชาวบ้านส่วนใหญ่ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำและริมลำคลองสาขาย่อย โดยประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่สำหรับชื่อ “ฉะเชิงเทรา” นั้น สันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจากภาษาเขมร ซึ่งเคยมีอำนาจการปกครองในพื้นที่นี้ในช่วงอาณาจักรลพบุรี โดยมาจากคำว่า “สตรึงเตรา” แปลว่า “คลองลึก” แต่ก็มีข้อสันนิษฐานอื่นว่า น่าจะมาจากชื่อเมือง “แสงเซรา” หรือ “แซงเซา” ที่สมเด็จพระบรมราชาธิราชแห่งอาณาจักรอยุธยา เสด็จไปตีเมืองได้ตามที่ปรากฏในพระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐส่วนชื่อ “แปดริ้ว” คาดว่าน่าจะมาจากขนาดตัวอันใหญ่โตของปลาช่อน ที่เมื่อนำมาแล่แล้วได้จำนวนถึง 8 ริ้ว มากกว่าปลาช่อนในพื้นที่อื่นที่แล่ได้แค่ 4-6 ริ้วเท่านั้น อีกที่มาหนึ่ง เล่าว่าชื่อแปดริ้วได้มาจากนิทานพื้นบ้านเรื่อง “พระรถ-เมรี” ที่ยักษ์ฆ่านางสิบสองแล้วชำแหละศพเป็นชิ้นๆ รวม 8 ริ้ว ก่อนนำไปทิ้งในลำน้ำท่าลาดจังหวัดฉะเชิงเทราแบ่งการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา อำเภอบางคล้า อำเภอบางน้ำเปรี้ยว อำเภอบางปะกง อำเภอบ้านโพธิ์ อำเภอพนมสารคาม อำเภอสนามชัยเขต อำเภอแปลงยาว อำเภอราชสาส์น อำเภอท่าตะเกียบ และอำเภอคลองเขื่อน









Kanchanaburi (กาญจนบุรี)






Because of its magnificent landscape and charming beauty, Kanchanaburi has become a major tourist destination, with attractions including several well-known waterfalls, caves that were once inhabited by Neolithic man, pristine national parks, tranquil rivers, virgin forests, and several large reservoirs. Together, these attractions offer an intriguing experience for both first-time and repeat visitors. Whether it’s fishing, rafting, canoeing, mountain biking, bird-watching, star-gazing, golfing, elephant and jungle trekking, or even living in a bamboo raft, Kanchanaburi takes pride in offering them all.In north and west Kanchanaburi, the terrain is comprised mainly of mountains and high plains, with the Thanon Thongchai Range acts as a natural border between Thailand and Myanmar. The range is the source of Kanchanaburi’s two most important rivers Maenam Khwae Noi (Little Kwai River) and Maenam Khwae Yai (Big Kwai River), which form the famous Maenam Mae Klong. As a result of these major rivers and three of Thailand’s largest reservoirs, Kanchanaburi features several of Thailand’s largest Namtok (waterfalls) as well as a number of wildlife sanctuaries.The most defining natural attractions in Kanchanaburi is arguably the Three Pagodas Pass, a break in the Thanon Thongchai Mountain Range that divides Thailand and Myanmar. Along an overland trade route from India, it is through this pass that Buddhism was thought to first to arrive in Thailand around the 3rd century. The province and its pass were later controlled by the Khmer of Angkor in the 13th century, who built a fort there ( a Khmer temple from the time has been restored as a tourist attraction). The kingdom of Ayutthaya also built a military garrison in the area, though it was through the pass that the Burmese frequently swept into Siam and eventually razed the capital of Ayutthaya. In World War II, the Japanese built a railway through the pass using forced labor, including western POWs. Later known as the Death Railway, the line included an infamous bridge crossing the Kwai River that was the subject of a historically inaccurate academy award winning film. The Three Pagodas Pass area is also home to numerous hill tribes and other minority groups who reside in the area as nation-less refugees without citizenship in either land. For visitors, it is possible to get temporary one-day visas to cross the border for a sneak peak at Myanmar and do some shopping for exotic souvenirs. The city of Kanchanaburi is located at the point where the Khwae Noi and Khwae Yai Rivers meet and form the Maenam Mae Klong. The notorious Death Railway passed through the town, near which stands the site of the Bridge on the River Kwai. Nearby the reconstructed bridge are monuments including an Allied War Cemetery and a war museum. In economic terms, Kanchanaburi has been prospering for a number of years. Important industries include sugar, agricultural products, and jewelry. Tourism is also a main source of income for the locals, though most are engaged in agricultural activities. The province’s population is made up of Thai, Mon, and Karen peoples, most of whom are rural dwellers who enjoy living simply and respecting nature. Moreover, folk music and dances dating back at least 500 years are still performed to this day. Only two hours from Bangkok, Kanchanaburi is accessible by road or rail, the latter of which includes sightseeing day trips that run on weekends and public holidays; these weekend special trains are reasonably priced and make hassle free and enjoyable adventures. Even the climate of Kanchanaburi, cooled by the altitude, forests, and rivers, is a welcome respite from the heat and congestion of the nearby capital city.
Kanchanaburi city, the capital of Kanchanaburi Province, is a popular resort town; picturesque and worthy of a visit in its own right, it is frequently visited as base of operations for exploring the many cultural, natural, and historical attractions in the surrounding countryside. Located at the confluence of the Kwai Noi and Kwai Yai Rivers, Kanchanaburi lies at the source of the Mae Klong River, and these majestic bodies of water are defining characteristics of the town. The original town of Kanchanaburi was established by King Rama I as a first line of defense against the Burmese, whom he believed might use the old invasion route through the Three Pagodas Pass at the Siam-Myanmar border. According to most historians, the old town of Kanchanaburi was located near Ban Lat Ya, a small village situated approximately 16 kilometers north of the present town. The present provincial capital is a relatively newer town built by King Rama III in 1833. The town itself is a place to relax, watching the water from the banks of the river, inside a raft house, or from a riverside restaurant. Many visitors like to rest along the river with a cold drink and a good book. Many of them come here just for a couple days but stay for weeks in order to explore all of the attractions in the surrounding countryside. Along with visiting spectacular waterfalls, lush forests, and three of Thailand’s largest reservoirs, white water rafting, elephant trekking, and golfing are popular activities for visitors. Kanchanaburi is an excellent tourist destination for nature lovers.


กาญจนบุรีคือดินแดนแห่งธรรมชาติ อันอุดมสมบูรณ์ด้วยผืนป่า พรรณไม้ โถงถ้ำ น้ำตก และประเพณีวัฒนธรรมอันหลากหลายของผู้คนหลากเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออารี ทั้งไทย พม่า มอญ ปากะญอ (กะเหรี่ยง) ฯลฯ ยิ่งไปกว่านั้น กาญจนบุรียังเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะเหตุการณ์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมีอนุสรณสถานหลายแห่งปรากฏให้เห็นเป็นหลักฐาน เช่น สะพานข้ามแม่น้ำแคว สุสานทหารสัมพันธมิตร พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด ฯลฯ ด้วยความหลากหลายของพื้นที่และเรื่องราวที่สั่งสมอยู่ในจังหวัดชายแดนตะวันตกแห่งนี้ กาญจนบุรีจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกสไตล์ ทุกวัย และทุกฤดูกาล
จังหวัดกาญจนบุรีมีเนื้อที่ประมาณ 12 ล้านไร่ หรือ 19,483 ตารางกิโลเมตร ถือว่าเป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ รองจากจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าและเทือกเขาสูง โดยมีแม่น้ำสายหลัก 2 สาย คือ แม่น้ำแควใหญ่และแม่น้ำแควน้อย ที่ไหลขนานลงมาบรรจบกันเป็นแม่น้ำแม่กลองที่ตัวเมืองกาญจนบุรี ความเป็นมาของกาญจนบุรีเท่าที่มีการค้นพบหลักฐานนั้น ย้อนไปได้ถึงสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อมีการค้นพบเครื่องมือหินในบริเวณบ้านเก่า อำเภอเมืองฯ ล่วงมาถึงสมัยทวารวดี ซึ่งมีหลักฐานคือซากโบราณสถานที่ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี เป็นเจดีย์ลักษณะเดียวกับจุลประโทนเจดีย์ที่จังหวัดนครปฐม บ้านคูบัว จังหวัดราชบุรี และเมืองอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี รวมทั้งค้นพบโบราณวัตถุ เช่น พระพิมพ์สมัยทวารวดีจำนวนมาก สืบเนื่องต่อมาถึงสมัยพุทธศตวรรษที่ 16-18 หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ค้นพบคือปราสาทเมืองสิงห์ ซึ่งมีรูปแบบศิลปะแบบขอม สมัยบายนความเป็นมาของกาญจนบุรียังปรากฏในพงศาวดารเหนือว่า กาญจนบุรีเป็นเมืองขึ้นของสุพรรณบุรีในสมัยสุโขทัย ครั้นมาถึงสมัยอยุธยา กาญจนบุรีก็มีฐานะเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญจนกระทั่งถึงสมัยกรุงธนบุรีและรัตนโกสินทร์ต่อมา ในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อมีการจัดรูปแบบการปกครองเป็นมณฑลเทศาภิบาล กาญจนบุรีถูกโอนมาขึ้นกับมณฑลราชบุรี และยกฐานะเป็นจังหวัดกาญจนบุรีในปี พ.ศ. 2467เหตุการณ์ที่ทำให้กาญจนบุรีมีชื่อเสียงไปทั่วโลก คือช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อญี่ปุ่นตัดสินใจสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ จากชุมทางหนองปลาดุกในประเทศไทย ไปยังเมืองทันบีอูซายัตในพม่า โดยเกณฑ์เชลยศึกและแรงงานจำนวนมากมาเร่งสร้างทางรถไฟอย่างหามรุ่งหามค่ำ จนทำให้มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก ทั้งจากความเป็นอยู่ที่ยากแค้นและโรคภัยไข้เจ็บที่รุมเร้า ซึ่งภาพและเรื่องราวของความโหดร้ายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ปรากฏอยู่ในพิพิธภัณฑ์หลายแห่งในกาญจนบุรีจังหวัดกาญจนบุรีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองกาญจนบุรี อำเภอบ่อพลอย อำเภอเลาขวัญ อำเภอพนมทวน อำเภอไทรโยค อำเภอสังขละบุรี อำเภอศรีสวัสดิ์ อำเภอท่ามะกา อำเภอท่าม่วง อำเภอทองผาภูมิ อำเภอด่านมะขามเตี้ย อำเภอหนองปรือ และอำเภอห้วยกระเจา